วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ประกันภัยรถยนต์ MSIG มิตรแท้ AIG ลุยเบี้ย

3 ค่ายประกันลุยเบี้ยรถยนต์ลุ้นยอดขาย 8 แสนคัน



Prev
1 of 1
Next
คลิกภาพเพื่อขยาย
updated: 10 ส.ค. 2559 เวลา 11:20:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
นายสุรชัย รัถยาวิศิษฏ์ ผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายรับประกันภัยและสินไหมทดแทน บมจ.เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปีนี้หากยอดขายรถยนต์ใหม่ทำได้ถึง 800,000 คัน น่าจะช่วยลดความรุนแรงในการแข่งขันตัดราคาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในตลาดลง เนื่องจากจำนวนลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น โดยในช่วง 5-6 เดือนแรกปีนี้ พบว่ามีการแข่งขันในตลาดสูงมาก ทำให้บริษัทเน้นกลุ่มลูกค้ารถยนต์ที่มีอายุ 2-3 ปีขึ้นไป ซึ่งจะมีการขับขี่ดีในระดับหนึ่ง และถือว่าเป็นคนละตลาดกับประกันรถยนต์ปีแรกที่แข่งขันสูง
"ที่ผ่านมา ค่ายประกันขนาดใหญ่ยังไม่ลงมาแข่งลดราคาเบี้ยมากนัก ส่วนบริษัทขนาดกลางอย่างเราก็มีลดเบี้ยลงบ้าง แต่เป็นการลดในกลุ่มรถที่มีกำไร เช่น ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 พลัส (3+) ซึ่งการลดเบี้ยลง จะส่งผลต่อลอสเรโช (อัตราค่าสินไหมทดแทน) ที่เพิ่มสูงขึ้น จากเดิมต่ำกว่า 45% ก็ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 47-49% ซึ่งยังเป็นอัตราที่ดีกว่าลอสเรโชรถยนต์รวมของบริษัทที่อยู่ประมาณ 60%" นายสุรชัยกล่าว

นายสุรชัยกล่าวอีกว่า ภาระต้นทุนของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกปี เช่น ค่าซ่อมรถ ค่าอะไหล่ เพิ่มขึ้นปีละ 3-5% ซึ่งเป็นต้นทุนที่ลดไม่ได้ เนื่องจากเป็นราคาที่ค่ายรถยนต์ปรับขึ้น ดังนั้นจะต้องคุมต้นทุนผ่านค่าใช้จ่ายของบริษัท รวมทั้งมีนโยบายเพิ่มนักสำรวจภัยของบริษัท (อินเฮาส์เซอร์เวเยอร์)ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เพื่อให้คุณภาพการบริการลูกค้าดีขึ้น และลดต้นทุนในระยะยาว เพราะจากข้อมูลกรณีใช้อินเฮาส์เซอร์เวเยอร์จะมีต้นทุนอยู่ที่ 650 บาท/เคส แต่การใช้บริษัทเซอร์เวย์ภายนอกจะมีต้นทุนอยู่ที่ 700-800 บาท/เคส อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทจะเน้นขยายตลาดในต่างจังหวัด เพราะยังมีลอสเรโชไม่สูงมากเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ

นายสุขเทพ จันทร์ศรีชวาลา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.มิตรแท้ประกันภัย กล่าวว่า ในตลาดประกันรถยนต์มีทั้งบริษัทที่ลดเบี้ยประกันภัย หรือเพิ่มความคุ้มครองให้ลูกค้า แต่ทางบริษัทจะใช้จุดแข็งด้านช่องทางตัวแทนในการนำเสนอแบบประกันเฉพาะให้แก่ลูกค้า เพื่อให้เบี้ยประกันราคาถูกลง แต่ให้ความคุ้มครองที่ตรงกับพฤติกรรมการขับขี่ของลูกค้า เช่น กลุ่มลูกค้าที่มีประวัติขับขี่ดี จะเสนอแบบประกันที่มีค่าใช้จ่ายส่วนแรก (Deductable) หรือการระบุชื่อผู้ขับขี่ และเงื่อนไขอื่น ๆ เพื่อให้มีเบี้ยประกันภัยที่ถูกลง แต่คุ้มครองเหมือนแบบประกันทั่วไป

"เราทำเบี้ยให้ถูกลง แต่ความคุ้มครองอื่น ๆ เท่าเดิม เช่น รถยนต์คัมรี่ ในตลาดขายประกันชั้นหนึ่งที่ 30,000 บาท/ปี แต่เราคำนวณแล้วว่า เราขายได้ที่ 23,000 บาท/ปี เมื่อเราทำแบบประกันให้เป็นแบบดีดักต์ ค่าเบี้ยจะถูกลงครึ่งหนึ่งอยู่ที่ 12,000 บาท/ปี ซึ่งจะออกขายกับกลุ่มลูกค้าที่มั่นใจว่าขับรถดีก่อน แต่แบบประกันดีดักต์ ถ้าลูกค้าเป็นฝ่ายผิด หรือเป็นฝ่ายชน ก็ต้องจ่ายค่าความรับผิดชอบส่วนแรกที่ 4,000 บาท ส่วนที่เหลือบริษัทก็รับเคลมตามปกติ เป็นต้น ซึ่งแบบประกันนี้ต้องทำความเข้าใจกับลูกค้ามาก จึงใช้ตัวแทนขาย ปัจจุบันแบบประกันดีดักต์ยังมีสัดส่วนไม่ถึง 5% ของพอร์ตรถยนต์รวม เพราะเพิ่งเริ่มขายในปี 2558" นายสุขเทพกล่าว

นายโทมี่ ลัทวา-คิสโคลา ประธานกลุ่มเอไอจี ประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรถยนต์อยู่ที่ 12-13% จึงหันมาทำตลาดแบบเจาะ Segment มากขึ้น ทั้งการปรับผลิตภัณฑ์ให้กระชับขึ้น เช่น แบบประกันประเภท 2+, 3+ โดยยังเน้นพื้นที่กรุงเทพฯเป็นตลาดใหญ่ แต่ละภูมิภาคจะเลือกเจาะเฉพาะจังหวัด ซึ่งคาดว่าปีหน้าจะมีข้อมูลที่สามารถเจาะลูกค้าแต่ละเซ็กเมนต์ได้จริง

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปรับระบบเคลมเป็นระบบสุ่มตรวจหลังซ่อม เช่น กรณีการเคลมเล็กอย่างถอยรถชนเสา เปิดประตูเป็นรอย หรืออื่น ๆ ที่มูลค่าต่ำกว่า 5,000 บาท/คัน บริษัทจะอนุมัติให้อู่ในเครือทำเคลมซ่อมให้ก่อน และสุ่มตรวจ ซึ่งต่างจากเดิมที่บริษัทต้องตรวจก่อนอนุมัติซ่อม ทั้งนี้ การซ่อมมูลค่าต่ำนี้คิดเป็น 40% ของการเคลมทั้งหมดของบริษัท ซึ่งบริษัทถือว่า การซ่อมให้ลูกค้าก่อนจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นของบริษัททั้งกับอู่และลูกค้าด้วย.

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

จะเห็นได้ว่า...ประกันภัยรถยนต์
มีรายละเอียดการคุ้มครองที่หลากหลายและแตกต่างกัน
แล้วท่านจะเลือกการประกันภัยรถยนต์แบบไหน ให้เหมาะสมกับท่าน
ท่านต้องศึกษาทำความเข้าใจกรมธรรม์ในแต่ละประเภท  
ติดต่อเรา โทร. 087-347-1411 หรือ ID Line : 0884438836

รับประกันความพึงพอใจ ท่านจะไม่ผิดหวัง แน่นอน ครับ.